other

ทุกวันที่ผ่านไปของข้าพเจ้า หลายวันที่ข้าพเจ้ารู้สึกว่า เป็นแค่วันธรรมดา...
แต่สำหรับใครบ้างคน มันเป็นวันที่มีความพิเศษ...
วันที่เรามีความสุขและปิติยินดี...
วันที่เราโศกเศร้าและทรมาน...
วันที่เรากำลังสับสนที่สุดในชีวิต...
วันที่มีชีวิตหนึ่งจะกำเนิดขึ้นมา...
วันที่อีกชีวิตหนึ่งต้องตายจากไป...
เพียงแค่วันๆ เดียว มีอะไรเกิดขึ้นได้ถึงขนาดนี้...
แล้วทุกวันที่ผ่านไปของข้าพเจ้าล่ะ มีอะไรเกิดขึ้นมาบ้าง ข้าพเจ้าก็ไม่รู้...
เพราะข้าพเจ้าไม่ใช่บร๊ะเจ้า (โจ๊ก) ที่รู้ไปซะทุกเรื่อง...
แต่ว่า การที่ได้ทำอะไรบางอย่างในวันพิเศษ เช่นวันนี้...
วันครบรอบวันที่คนที่ข้าพเจ้าชื่นชม กำเนิดมาครบ 24 ปี...
ก็นับเป็นความสุขในวันแสนพิเศษ ที่อาจจะเป็นวันธรรมดาสำหรับคนอื่นๆ เหมือนกัน...



555+ พล่ามเข้าไปนั่น คิดว่าจะได้มาเขียนก่อนสอบ แต่ดันมีเหตุต้องเลื่อนวันสอบเป็น 14-15 ธันวา วันที่ 16 เลยมาเล่นสบายใจ (แต่ปีที่แล้วแย่กว่า เพราะเป็นวันสอบพอดี) มาจัดงานวันครบรอบไทยเข้ามาเป็นเมมเบอร์ยูเอ็นลำดับที่ 55 เอ๊ย! การเกิดครบ 2 รอบของนายท่าน ในเดือนธันวาคม ที่เรียกได้ว่าเป็น SCM (Super Celebration Month - สุดยอดเดือนที่มีงานฉลองมากที่สุด) สองปีที่แล้ว ข้าพเจ้าบรรยายความรู้สึกจากเอฟซีไปพอประมาณ ปีที่แล้วก็เอาเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในวันที่ 16 ธันวาคม และการเอาคำว่า HAPPY BIRTHDAY มาเรียงเป็นคำอวยพร มาให้ชมกัน (ขอบอก ตอนคิดคำอวยพรจากอักษรนี่คิดแทบตาย) เอาล่ะ ไหนๆ ก็มาถึงวันนี้แล้ว มาเริ่มฉลองกันเลยดีกว่า กว่าจะคิดคอนเซ็ปต์ได้นี่เล่นเอาเวลาผ่านไปก่อนถึงเดธไลน์ 1 เดือนเท่านั้น เอาล่ะ ไปดูกัน!!

ตอนที่ข้าพเจ้ารู้จักวงนี้ใหม่ๆ ข้าพเจ้าไม่เคยพิสวาสใครเป็นพิเศษในวงนี้มาก่อน จริงๆ ตอนนั้นแค่ 9-10 ขวบเท่านั้น จนกระทั่ง...

 

555+ ก็ด้วยประการฉะนี้แล


ตอนนั้นอ่านเจสปายอยู่ดีๆ ก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา ทำนองว่า ใจเต้นอ่ะ =_=" เวลาเปิดซีดีพวก works หรือคอนดู ทำไมพอเห็นหน้านายท่านต้องทำอะไรไม่ค่อยถูกอยู่เรื่อย... แต่เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นพวกรู้ตัวเร็ว ไม่เหมือนนางเอกหนังหรือนิยาย ที่ใช้เวลาอยู่น้านนาน ถึงจะรู้ว่าชอบพระเอกเข้าให้แล้ว ข้าพเจ้ารู้เลยว่า ต้องชอบนายท่านแน่ๆ รู้ตัวในวันนั้นเลยด้วยนะขอรับ

แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อไปรึ... ไม่นานพี่สาวก็จับได้น่ะสิ แล้วก็งานเข้าเลย เพราะว่าพี่สาวมักจะเอาข่าวโน่นนี่มาให้อัพเดทเสมอ ติดตามซื้อเจสปายตลอด แต่พอพี่สาวข้าพเจ้าเริ่มเบื่อก็เลิกซื้อ ตอนนั้นข้าพเจ้าเริ่มลืม (มีจริงๆ ช่วงที่ข้าพเจ้าลืมสามหน่อไป ก็ตอนนั้นยังเด็กอยู่นี่หว่า...) จนวันนึงความรู้สึกเดิมกลับมา ก็เลยบอกให้พี่สาวไปซื้อเจสปายเหมือนเดิม จนตอนนี้จากเดิมที่ผู้ถือครองเจสปายคือพี่สาวของข้าพเจ้า พอเวลาผ่านไปนานเข้า ข้าพเจ้าดันเป็นผู้ถือครองเจสปาย 555+ นี่แหละพลังแห่งความชื่นชมล่ะ (เอ่อ... ต้องเรียกพลังแห่งรักน่าจะเหมาะกว่ามั้ง)

จากนั้นมา ดูเหมือนนายท่านจะเป็นไอดอลหมายเลข 1 ของข้าพเจ้าไปแล้ว เพราะว่าข้าพเจ้ายึดถือพลังแห่งความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นแบบอย่าง บางคำพูดที่เห็นๆ ในเจสปายนี่ ทำให้ข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่ไม่เคยทำหลายๆ เรื่อง เช่น เล่มเมื่อเดือนพฤศจิฯ นายท่านบอกว่า ต้องเก็บของในห้องตัวเองให้เรียบร้อย ก็เลยเปลี่ยนให้ข้าพเจ้ารักสะอาดห้องตัวเองที่รกเป็นรังหนูตาย 555+ เห็นแมะ มีไอดอลเป็นอีกหลักในการใช้ชีวิต (แต่ว่าทุกวันนี้ห้องของข้าพเจ้าก็ยังรกเป็นรังหนูตายซากเหมือนเดิม ตอนสอบนี่รื้อทั้งกระเป๋าทั้งกล่องใส่หนังสือ เละ...)

บางสิ่งที่นายท่านทำ ทำให้ข้าพเจ้าทำโน่นทำนี่อีกเยอะแยะ เช่น ตอนนี้นายท่านเล่นละครเรื่อง Ohitorisama อยู่ ข้าพเจ้าไปเสิดหาเรื่องนี้ในมึงเกิล พบว่า ตามบอร์ดที่เห็นๆ ไม่ค่อยมีใครโฟกัสไปที่เท็ปจังที่เป็นพระเอกเท่าไหร่ แต่ดันไปโฟกัสที่นายท่านที่เล่นเป็นฮาราดะ ฮิโรยูกิ เพื่อนพระเอกซะมากกว่า เหอๆ และตามที่พี่สาวข้าพเจ้าบอกไว้ว่า นายท่านจะเล่นละครจริงๆ ตอนนั้นข้าพเจ้ารอดูใหญ่เลย เป็นแค่ตัวประกอบตูก็ดูแล้ววะ เหอๆ และพอได้ข่าวมากขึ้น จากข้าพเจ้าที่ไม่ค่อยสนซีรี่ส์เท่าไหร่ (นอกจากเรื่องที่น่าสนใจจริงๆ อย่างที่ฉายทางทีวีไทย อย่างตอนนี้ Code Blue ที่มะพีเล่นก็ฉายอยู่ เคยดูซับไทยครบทุกตอนแล้ว สนุกดี ตอนนี้ทุกวันพุธเลยสับสนว่าตรูจะดู Kasou Taishow หรือโค้ดบลู สับสนเลย) ตอนนี้ข้าพเจ้าดูแล้ว และได้ขอต่อบร๊ะเจ้าโจ๊กว่าขอให้บร๊ะลานุภาพของบร๊ะองค์ช่วยให้นายท่านเล่นซีรี่ส์อีกเยอะๆ ทีเถ้อ... ชาบู ชาบู ชาบู 555+

สุดท้ายแล้ว ปีนี้กะทันหันจริงๆ เพราะว่ากว่าจะเขียนจนจบสมบูรณ์ได้ก็เด้ทไลน์พอดี (เขียนต่อวันนี้เลย) เลยไม่มีเวลามากนัก วันนี้งานมันเยอะมากกกกกกกกกกก ทั้งต้องมาดูดีวีดีนาโนฮะตอนที่ 15, หาข้อมูลให้ฯ จารย์, ดูซีรี่ส์ในเวลาจำกัดสามทุ่มครึ่ง ให้ตาย... วันนี้แค่มาบรรยายเลิฟแอทไม่เฟิร์สไซท์และแรงบันดาลใจ เพราะบุคคลคนนี้...


"เป็นยิ่งกว่าไอดอลอันดับ 1 ของข้าพเจ้า"


งั้นก็ ปีนี้อวยพรเป็นภาษาญี่ปุ่นละกัน...

誕生日だねー
お誕生日 おめで
仕事で成功しますように。
幸せで建工でありますように。
ずっと大好きです。

ケロキュアより。



อ่ะ ของแถม งานวันเกิดนายท่านปีนี้ขอฟีตเจอ (รุ่ง) ริ่งกับสมาชิกน้องเล็กที่เกิดหลังนายท่านแค่ 1 วัน ถึงเล็กแต่ก็แรงนะเฟร้ยยยย
นายจี้ เป็นสมาชิกที่ข้าพเจ้ามิได้พิสวาสสักเท่าไหร่ แต่ว่าเพ่แกแรงดี ในมุมมองการคิดไม่แบ่งฝ่าย พูดได้เลยว่าเฮียแกเท่จริงๆ ถึงชอบทำตัวตลกไปมากกว่าคนอื่นๆ ก็เหอะ (สังเกตได้จากพวกแผ่นคอนหรือ works มีแต่ทำหน้าหลุดๆ) ส่วนเรื่องอวยพร... ใช้ร่วมกับนายท่านละกัน 555+



สุดท้าย (จริงๆ)

.

.

.

ขอให้รักกันยืนยาวนะทั้งสองคน ^ ^ (แม่ยกสาย Y ตบมือกันเกรียวกราว)

 

(ป.ล.1 - ไม่ได้ลงรูปอีกแระ...)

(ป.ล.2 - ทำไมไม่มีใครเม้นแกะกล่องตอนล่าสุดเลยล่ะ???)

คราวก่อนเนื่องจากข้าพเจ้า "เมา" ชาเขียวนิดหน่อย เลยดันเขียนวันผิด กร๊ากๆ เสือกเขียนวันเสาร์เป็นวันศุกร์ ปฏิทินที่เปิดในคอมก็ดันเรียงวันคนละแบบในปฏิทินอีกโว้... เลยยิ่งเมา เมาคล้ายๆ พ่อบูดนั่นแล...


วันนี้วันเกิดของแมวขนแดง สมาชิกนักกายกรรมเปียงยางแห่งเสื้อน้ำเงินเซงาคุ (ที่กำลังจะปะทะกับเสื้อเหลืองสาธิตริคไคในเร็วๆ นี้ และกำลังจะหาเรื่องให้ข้าพเจ้าโมโหจัดๆ ในตอนที่ 105 อีกแล้ว..) ได้ข่าวว่าอีกไม่นานก็จะมีตอนครอบครัวเซชุนด้วยนิ (คงประมาณปีหน้า) จะได้เห็นในบทบาทแมวขนแดงจริงๆ แล้วล่ะ...



วันนี้มาขอแฉแหลกพวกปล่อยให้ตายในละครละกันนะ เจอบ่อยมากกกก และรำคาญมากพอๆ กับฉากตบจูบปล้นฆ่าข่มขืนเลยทีเดียว
แล้วพวกปล่อยให้ตายคืออะไรเหรอ...
นี่คือคำตอบ...

 


รีบวาดมากเลยออกมาลวกๆ เผาๆ แบบนี้แหละ
นี่แหละสัจธรรมของการปล่อยให้ตาย กูงงสงสัยมากว่า ไอ้คนที่เอาแต่โอ๋นั่นน่ะ รักคนที่โดนยิงจริงๆ หรือเปล่า??

บางที ไอ้ตำแหน่งบาดแผลที่โดนตัวร้ายบางตัวทำร้ายน่ะ ถ้ารีบแจ้ง ตร. กับ รพ. ไอ้คนโดนยิงมันก็รอดแล้ว...
แต่ว่าไอ้พวกขี้แยทั้งหลาย ดันปล่อยให้ตายแบบนั้น
ถึงแม้คำพูดจะแสดงถึงความห่วงใย...
แต่ถ้าทำแบบนั้น...
คนที่เราๆ ต่างคิดว่ารักเขามาก...
มันก็ไม่ต่างอะไรกับฆาตกร!!

ช่วงนี้นิ้วชี้ซ้ายเดี้ยงเพราะพันปลาสเตอร์ไว้ เนื่องจากตอนกลับจากวันกีฬาสี รร. ขากลับไปซื้อเป๊ปซี่ขวดละ 10 บาท (ขวดแก้ว) กิน และฝาเปิดย้าก... ยาก แถมฝานั่นก็เสือกบาดนิ้วเป็นแผลยาว 1 cm. อีกโว้... ทุกวันนี้พิมพ์ดีดหรือเล่นสเต็ปมาเนียต้องใช้นิ้วกลางแทน เพราะปลาสเตอร์มันหนา... เหอๆ ประมาณ 1 อาทิตย์ก็แกะปลาสเตอร์ออกแล้วล่ะ

 

พรุ่งนี้จะมาแกะกล่อง DVD นาโนฮะกันต่อ

"เวลาอาจหมดไป ลมหายใจอาจหยุดลง แต่รักเธอไม่มีวันจางไปจากใจ"


วันนี้เนื่องจากพี่สาวจอมยุ่งผู้ตัดสละจาก IE6 ไม่ได้ (ที่บอกตัดสละไม่ได้ก็เพราะ ข้าพเจ้าโหลดหมาย่างมาใช้ตั้งแต่ต้นมกราแล้ว (เพราะเบื่อ IE6 เวลาเปิดเว็บ (โดยเฉพาะพวกเว็บแฟลชเยอะๆ หรือ ยูทูบ) โ-ค-ต-ร ช้า กว่าจะโหลดเสร็จก็เป็นนาที) ทุกวันนี้ข้าพเจ้าใช้หมาย่างเพื่อความสะดวกสบายในการโหลดหน้าเว็บ จะใช้ IE6 เมื่อจวนตัวจริงๆ (เช่น ไปแต่งสกอบาร์ที่ต้องเปิดกับ IE เท่านั้นถึงจะเปิดได้เลยยอมเปิด) แต่จนบัดนี้พี่สาวข้าพเจ้ายังเล่นบอร์ดที่มีลูกเล่นเยอะๆ ผ่าน IE6 อยู่เลย (บอกให้โหลด IE7 IE8 ก็ไม่เอาอีก) เหมือนตัดขาดจากมันไม่ได้ แต่เพราะข้าพเจ้าตัดขาดได้แล้ว ทุกวันนี้ข้าพเจ้ากับพี่สาวเลยใช้เบราเซอร์กันคนละตัว) ฝากให้โหลดอะไรก็ไม่รู้ เวลาเปิด Power DVD กะจะดูนาโนฮะตอนที่ 11 มันก็สะดุดอีก ว้อย! เลยมานั่งเขียนฆ่าเวลาไปก่อนไปดูต่อ เหอๆ


เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ข้าพเจ้ามีอันต้องออกจาก รร. มาถึงบ้านก่อนเวลากำหนด 1 คาบ (หลายคนอ่านตรงนี้อาจสงสัยว่า ข้าพเจ้าเปิดเทอมแล้วเหรอ ทำไม รร. ยัยกบโอตาคุปิดโคตรช้าแต่เ-อกเปิดโคตรเร็ว อย่าถามเลย มันช้ำปอด TT_TT) เพราะว่าเจ้านายแม่ (อีกแล้ว) ยื่นข้อเสนอให้บัตรดูละครเวทีมาให้ เป็นสิทธิ์จากโครงการของแสนสิริเหมือนปีที่แล้วที่จ่ายบัตรดูข้างหลังภาพ 2,500 จ่าย 1,000 พอไปดูแล้วก็โดนบี้เตะน้ำใส่ไง แต่คราวนี้ยิ่งกว่า เจ้านายแม่ซื้อบัตรให้ราคาสูงสุด 2,800 (ระดับวีไอพี) แล้วยกให้พวกข้าพเจ้า สรุปคือคราวนี้ ข้าพเจ้าได้ดูในมุมที่ชัดที่สุด เหอๆ


ข้าพเจ้ากลับมาบ้านเวลาสี่โมง แล้วจัดการทำธุระเสร็จสรรพ เพราะกลับมายังไงก็ต้องดึกแน่นอน แล้วนั่งแท็กซี่ไปที่เอสพลานาด แต่กว่าจะออกได้ก็ 6 โมงเย็น (เพราะท่านแม่เอาแต่ขัดสีฉวีวรรณ) ไปถึง 1 ทุ่มพอดี ตรงไปชั้น 4 เพื่อไปลงทะเบียนเอาบัตร แล้วได้มา 6 ใบ (คือว่านอกจากข้าพเจ้ากับท่านแม่ ยังมีเพื่อนแม่กับลูกอีกด้วย) แต่เนื่องจากข้าพเจ้ามีนิสัย "ตรงต่อเวลามากกกกกกกกกกก" เลยเร่งท่านแม่ขึ้นไปบนโรงละคร เลยโดนบ่นไปตามระเบียบ สุดท้ายใช้วิธีฝากบัตร 4 ใบไว้ที่บู้ทก่อนแล้วขึ้นไปโรงละครสูงๆ นั่น คราวนี้ของแถมคือ ทิชชู่!! ไม่ขอเอาภาพให้ดูละกัน


เอารูปบัตรมาแปะก่อน



ขึ้นไปสูงอีกๆ ได้แบบสอบถามกับ Rachadalai Magazine อีกแล้วครับท่าน แปะๆ

 

พอไปเจาะรูเสร็จก็เข้าไปนั่งเลย แถวที่นั่งอยู่เป็นแถว E แถวเกือบๆ หน้าสุด ที่นั่งตรงเกือบๆ กลางเวที แต่เป็นมุมที่เห็นชัดมาก (ไม่งั้นบัตรไม่แพง) กินเวลานานหน่อยในโรงละคร ได้เวลายืนขึ้น 1 นาทีด้วยเพลงนี้


มาอ่านคำเตือนระหว่างชมกัน



***ใครบางคนขี้เกียจไปดูเลยรออ่านจากข้าพเจ้าสินะ ขอบอกว่าคราวนี้ข้าพเจ้าไม่อยากสปอยให้เสียรสเหมือนคราวที่แล้ว เพราะการแสดงเพิ่งเริ่ม อยากให้ทุกท่านไปดูกันเอาเอง***

ขอพูดอีกนิด จากงานนี้ทำให้เจอคนดังอีก 4 คน (เพราะว่าคนที่เล่นเป็นอาเจ๊เคยเล่นข้างหลังภาพในบทคนใช้มาแล้ว) บุคคลที่ข้าพเจ้าเห็นทุกวันอาทิตย์ในซิทคอมตอนสิบโมงสิบห้า ดูไกลๆ หน้าดูเด็กนะ แต่ความจริงปาเข้าไป 30 ปลายๆ แล้ว น่าจะมีตีนกาเหยียบหน้าบ้างอ่ะนะ นางเอกสาวสวยนี่ตัวเล็กกว่าที่คิดซะอีก ส่วนอีกสองหน่อนักร้องในโลกความจริง ดูไม่ต่างกับในทีวีเท่าไหร่

ก่อนกลับบ้านแวะร้านขายของฝาก ได้นาฬิกาทราย 5 นาทีมาอันนึง 120 บาท แปะๆ

การแสดงมีถึงสิ้นเดือนนี้ ไปดูกันเยอะๆ นะขอรับ