BEHIND THE PAINTING THE MUSICAL
posted on 16 Oct 2008 17:12 by splashjapan in update
แน่นอน เมื่อวันที่ 3 กันยาที่ผ่านมา ข้าพเจ้าหยุดเรียนเนื่องจากม็อบกู้ชาติ แต่นั่นก็ทำให้ข้าพเจ้าได้ไปดูละครเวทีมันๆ อย่าง "ข้างหลังภาพเดอะมิวสิคัล" ได้สบายใจเฉิบ ไม่ต้องหาเรื่องหยุดเรียน เหอๆ และได้ yakusoku (สัญญา) ไว้กับทุกคนว่า พอดูจบจะเอาบรรยากาศของที่นั่นมาฝากชาวไอดี แต่ไม่รู้ว่าข้าพเจ้าจะติดคุกมั้ย เพราะว่ากฏหมายคอมบอกว่า ห้ามเอาพวกของมีลิขสิทธิ์แล้วมาอัพ หรือว่าข้าพเจ้าจะเข้าใจผิดไปเอง ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดก็ไม่รู้... แต่ช่างเหอะ จะพยายามให้ลามน้อยสุดละกัน...
วันที่ข้าพเจ้าไปคือ 3 กันยา รอบทุ่มครึ่ง ซับอังกฤษ (มีจอไว้บอกซับตรงข้างเวที) ข้าพเจ้าออกจากบ้านตอนสี่โมงเย็น ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้ไปกับท่านแม่ ท่านพี่ กับเพื่อนบ้านตรงข้ามสองคน ไปกับรถเพื่อนบ้านน่ะแหละ จากนั้น 1 ชม. ถึงเอสพลานาด พอเข้าเสียบจอดรถได้ เราก็ลงไปติดต่อบัตรกับทางแสนสิริที่มาต้องฐานหน้าร้านอาหารบนชั้น 1 (เจ้านายที่ออฟฟิศแม่ยื่นข้อเสนอนี้ให้ และเราก็ได้บัตรมา 5 ใบ เหอๆ) ก็ไปกินข้าวก่อน จากนั้นบุกร้านทาโกยากิที่ลงในเจสปายเล่ม 100 อร่อยมากกกกกกกก ทาโกยากิเวลากินตอนทำสดๆ เพิ่งเสร็จแล้วมันอร่อยจริงๆ แถมอันนี้เป็นแบบทำจากเตาสดๆ ไม่ใช่เอามาอุ่นเหมือนในร้านอาหาร สุดยอดดดดดดดดดดดดดดด จากนั้นขึ้นไปกินไอติมที่เขาเอาเครื่องมาผสมรวมกัน ก็กินคาราเมลไป อร่อยสุด (ถึงท้องจะแน่นแล้วก็เหอะ...)
จบเรื่องกินก็ไปเข้าห้องน้ำ ที่นั่นเปิดน้ำด้วยเซ็นเซอร์ พอยื่นมือน้ำก็ไหล (บอกไว้สำหรับคนที่ไม่เคยไป) พอจากนั้นก็ขึ้นชั้น 4 ไปเมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ ที่นั่นมีรูปข้างหลังภาพติดตรึม (เสียดายไม่ได้ถ่ายมาด้วย ทั้งๆ ที่เอามือถือมา T_T) แถมหน้าทางเข้าก็มีร้านขายของที่ระทึก เอ๊ย! ที่ระลึกเอาไว้หลายชิ้น แต่ยังไม่ซื้อหรอก เราก็ไปเข้าห้องน้ำก่อนการแสดงอีกที (การแสดงมันนาน ถ้าเกิดปวดแล้วพลาดช็อทเด็ดๆ แย่เลย) พอหนึ่งทุ่มประตูเริ่มเปิด เรายื่นบัตรไป เขาแถมน้ำยาบ้วนปากของซิสเท็มมาสูตรกลางคืน ใหม่ๆ สดๆ ให้ด้วย สงสัยให้พวกกลับบ้านไปแล้วขี้เกียจแปรงฟันล่ะมั้ง จากนั้นพอขึ้นบันไดเลื่อนไปอีกสองชั้น (สูงมากกกกกกกก) โคมระย้าเพียบเลย แถมมีรูปข้างหลังภาพแถวนั้นอีกหลายรูป พอเดินไปอีกเขาก็แจกหนังสือ Rachadalai Magazine (นิตยสารของโรงละคร) ข้างในยังสอดใส้แบบสอบถามและแผ่นโฆษณาสามหนุ่มสามไมค์อีก กทม. กบ-แท่ง-มอส (จะว่าไปในรอบสื่อมวลชน ท่านผู้ว่าก็มาดูกะเขาด้วย)
พอพวกข้าพเจ้าขึ้นข้างบนไปเยอะแล้ว พี่ทีมงานก็เจาะรูตั๋ว แล้วข้าพเจ้าก็เดินไป ข้างในกว้างสุดๆ ได้เห็นของจริงๆ เป็นครั้งแรก หลังจากที่ดูในทีวีมานาน ตกใจมาก แถว A!! หน้าสุดเลยนะนั่น ข้าพเจ้าได้ที่นั่ง A42 - A46 ตรงริมขวาสุด (ถ้าเราหันหน้าไปที่เวที) โอ้โห! ตกใจมากเลย ได้แถวหน้าสุดแบบนี้ เราก็นั่งอ่านหนังสือ Rachadalai Magazine ไปเรื่อยๆ ก็เลยรู้ว่า มีนักแสดงสำรองด้วย (เพื่อใครไม่ว่าง) แต่ก็งั้นแหละ ข้าพเจ้าอยากมานี่เพื่อเจอคนดังๆ หน่อย 555+ แต่ว่าก่อนการแสดงเขาซ้อมดนตรีเสียงดังซะไม่มีอ่ะ (อยู่แถวหน้าเลยได้ยินเต็มๆ เลย)
พอนั่งไปจนประมาณ 19:30 ตามเวลาแสดง ก็ต้องยืนทำความเคารพตามฟอร์ม (ไม่ต่างอะไรกับโรงหนังสักนิด) จากนั้นเสียงบรรยายก็ดังขึ้น (น่าจะเป็นเสียงคุณแฟรงค์ที่เป็นพิธีกรเดอะสตาร์ คนบรรยายปกติของ exact-scenario นะ) บอกว่า "ขอต้อนรับสู่เมืองไทยรัชดาลัย กับการแสดงข้างหลังภาพ ขอให้ทุกท่านลดการพูด ลดเสียงกรอบแกรบๆ จากกระดาษ-พลาสติก และอย่าออกไปข้างนอกโดยไม่จำเป็น และต้องปิดมือถือด้วยนะ" อะไรทำนองนี้ จากนั้นม่านที่ว่าก็เปิดออก มีคนใส่ชุดดำยืนอยู่เพียบ จากนั้นฉากก็เลื่อนไปที่ห้องของนพพร และพอไฟสปอตไลท์สว่างขึ้น ข้าพเจ้าก็เห็นบี้ตัวเป็นๆ ในสภาพใส่เอี๊ยมเหมือนในโปสเตอร์จนได้ (ท่าจะรับประทานโอเลย์ไวท์เทนนิ่งเป็นอาหารเช้าทุกวัน ขาวจั๊วะ แต่ไม่รู้ว่าโดนสปอตไลท์หลอกยาย เอ๊ย! ตาหรือเปล่า) แล้วก็แขวนภาพตามฉากแรก เพลงแรกก็มาจนได้ "ภาพแห่งชีวิต ใครจะขีดเขียนต่อไป เมื่ออีกคนได้หายไป แต่อีกคนยังหายใจ ด้วยความอาลัยอยู่เสมอ..." มิวก็เดินออกมาบอกว่า "ภาพอะไรเนี่ยดูไม่ได๊ไม่ได้" เอ๊ย! "ภาพอะไรเนี่ย ดีแล้วที่ไม่ซื้อ เพราะมันก็ไม่สวยเท่าไหร่" บี้ก็บอกว่า "ไม่มีใครที่จะมองสิ่งใดสวยไปหมด" (โดนเป้งเลย) และก็กลับเข้าไป จากนั้นบี้ก็เล่าๆๆๆ อะไรทำนองนี้ เป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองล่ะมั้ง
ไปที่ฉากคุณหญิงกีรติ สวยมากกกกกกกกก สมราคาจริงๆ สมแล้วที่ "เฮียบอย" ชมว่าเสียงจากสวรรค์แต๊ๆ น้อ และจากนั้นก็ไปฉากญี่ปุ่น มีอยู่ตอนนึงที่โยนกล่องแล้งรับพลาด ต้องรีบตามเก็บ เหอะๆ บี้อยู่ในสภาพชุดนักเรียน เพื่อนสามคนของนพพรโผล่มาทีไรเป็นฮาตลอด 555+ แล้วบี้ก็วิ่งหนีเพื่อนไปเรื่อยๆ บี้ก็ไปหาท่านเจ้าคุณ (ที่ไม่เกี่ยวกับยาดมแม้แต่น้อย) บอกว่าให้ไปหาคนที่ใส่ชุดน้ำเงินลายจุดให้หน่อย ตอนฉากที่เจอกันพวกตัวประกอบหยุดกึ้กเลย นิ่งมากๆ ด้วยนะ พอเจอคุณหญิง เธอก็บอกว่า "เออ เราชุดน้ำเงินเหมือนกัน" แต่ดูยังไงมันออกกรมท่าจนจะดำอยู่แล้ว -_-''
และพอฉากงานเลี้ยง กินสาเกฉลองกัน (แต่ท่าทางข้างในจะเป็นน้ำเปล่า) เพื่อนๆ ของนพพรพากันชมคุณหญิงใหญ่ ทายว่าอายุ 25-26 กัน และพอบี้ไปถามแพ็ทจริงๆ ก็บอกว่า 35 เซเลย (เซคล้ายๆ ในเรื่องนัดกับนัด ที่เซทีไรฮาตลอด) จากนั้นก็มีนวลกับคุณหญิงร้องเพลง สองคนนี้ร้องเพลงเพราะทั้งคู่ มีตอนนึงในฉากท่านเจ้าคุณ คนใช้สูบบุหรี่ด้วย เหม็นอ่ะ... แต่ตอนพายเรือก็สนุกดี ชุดกิโมโนที่คุณหญิงใส่ท่าทางจะแพง เหอๆ แต่ว่าไอ้ตอนที่มีคนถือดอกไม้ไฟมาเดินๆ ท่าทางไม่กลัวไฟลวกหน้ากันเลยแฮะ... พอถึงบึงน้ำ ควันน้ำแข็งแห้งทำเอาคนอยู่แถวหน้าอย่างข้าพเจ้าเกิดเย็นหน่อยนึง สวยจริงๆ เพลงรักแร้ เอ๊ย! รักแท้มีอยู่จริงก็เพราะมากๆ เลยด้วย สองเวอร์ชั่นเลย แถมนวลกับนพพรยังทะเลาะกันได้... จากนั้นเพื่อนๆ นพพรยังมาแหย่ให้บี้โมโหอีก เหอะๆ จากนั้นก็มิวต่ออีกฉาก พอมิวร้องเพลงจบนี้คนปรบมือกันใหญ่
จากนั้นมาฉากโรงแรม บี้ซัดสาเกเมาแอ๋ รู้สึกว่าตอนนั้นบี้อยู่ในสภาพสูทดำ แล้วก็ไปเต้นรำ แถมยังมีตามคุณหญิงไปข้างนอก รู้สึกว่ามันมีหินให้นั่งด้วยนะ แต่ดูท่าทางเสียวมันจะร่วงเนี่ยแหละ... ถามโน่นๆ นี่ๆ จากนั้นบี้ท่านโมโหเลยเขวี้ยงสูทตัวนอกทิ้งแล้วมาร้องเพลงต่อ เหอะๆ คนก็ปรบมือกันอีก -_-" พอจบฉากนี้ก็ช็อตเด็ดที่มิตาเกะ พอฉากเซ็ทตรงหิน น้ำก็ไหลเลย ทำเอาคนดูต้องชะโงกหัวมาดูกันใหญ่ แม้แต่ข้าพเจ้า (นั่งอยู่ริมเลยมองไม่ค่อยเห็น) ใบเมเปิ้ลมันก็ร่วงด้วย สวยมากกกกกกกก แล้วบี้กับแพ็ทก็มาพูดมาร้องเพลงกัน จากนั้นก็มีเต้นๆ กัน บี้ดันเตะน้ำมาโดนข้าพเจ้าตั้งสองรอบ เปียกเลยอ่ะ... "-_-"
จากนั้นก็ฉากท่าเรือ กล่องมันเลื่อนได้อ่ะ สุดยอด ดูท่าทางตอนที่บี้สารภาพกับคุณหญิงอีกครั้งตอนท้ายๆ เนี่ย เสียงสั่นเชียว แต่ขออภัย ไม่ค่อยชัด (อยู่แถวริม) พอคุณหญิงขึ้นเรือไปแล้วบี้ก็เดินมาข้างหน้า ตัวประกอบหยุดกึ้กอีกแล้ว ม่านปิด จบองก์ 1 จนได้ เสียงคุณผู้บรรยายก็บอกว่า "ขอพักการแสดง 15 นาที ระหว่างนี้ไปเข้าห้องน้ำซะ" ข้าพเจ้าเลยวิ่งแจ้นไปเข้าห้องน้ำใกล้ๆ โรงละครที่แน่นขนัดสุดๆ จากนั้นก็กลับมา เห็นใบเมเปิ้ลจากฉากมิตาเกะยังติดอยู่กับท่อระบายน้ำ ทีมงานก็มากวาดน้ำด้วย สงสัยกลัวลื่น ^_^"
จากนั้นก็เริ่มองก์ 2 คุณผู้บรรยายก็พูดอีก เหมือนเดิม "การแสดงข้างหลังภาพองค์สองขอให้ทุกท่านลดการพูด ลดเสียงกรอบแกรบๆ จากกระดาษ-พลาสติก และอย่าออกไปข้างนอกโดยไม่จำเป็น และต้องปิดมือถือด้วยนะ" จากนั้นก็เริ่มเลย ละครคาบุกิล่ะ สุดยิดจริงๆ ยืนอยู่บนกล่องเลื่อนไปเลื่อนมาไม่กลัวตกกันเล้ย แถมพอจบก็รู้ว่าฝันไปเฉยๆ นายบี้เล่นใส่เสื้อกล้ามตัวเดียวเอง (ยังดีไม่หนักกว่านี้) แล้วก็มีเรื่องของจดหมายอีก เพลงคำว่ารักนี่เพราะเหมือนกันนะ แล้วอยู่ดีๆ ท่านเจ้าคุณยาดมก็นั่งรถเข็นมาร้องเพลงอีก (เห็นลุงแกร้องแค่เพลงเดียวเอง) แล้วก็มีคุณหญิงวาดรูปมิตาเกะ ฉากข้างหลังที่ทำเป็นกำลังวาดอยู่นี่สุดยอด แล้วพอฉากท่าเรือเมืองไทย คุณหญิงกับชุดน้ำเงินลายจุดอีกแล้ว พอทั้งสองคนมาเจอกัน ตัวประกอบหยุดกึ้กอีกแล้ว แล้วก็มาในบ้านคุณหญิง บี้ก็ร้องเพลงอีกแล้ว พอบี้เดินออกไป คุณหญิงทรุดเจ้าค่ะ แล้วก็ร้องสองร้องเลย (ร้องเพลงไปด้วยทั้งๆ ที่กำลังร้องไห้) พลังเสียงสุดๆ มากๆ แล้วพอจบเพื่อนสามคนคู่ฮาก็มาในร้านอาหาร มีการกัดอนาคต (ยุคปัจจุบันของเรานั่นแหละ สมัยในเรื่องมันตั้งหลายเจ็ดสิบปีก่อน) ได้อย่างสุดยอด ฮากันทั้งฮอลล์ ชอบมากๆ เลยประโยคตอนที่...
"เปลี่ยนชื่อใหม่จะได้หุ่นดี"
"เกี่ยวกันตรงไหนวะ"
"เปลี่ยนจากสมบูรณ์เป็นเพรียวลมงั้ย..."
โอ้ย! เจอมุกนั้นเข้าไปขำลั่นเลย (ยังดีไม่ลั่นมาก) แล้วเพื่อนตัวฮาก็ร้องไปเรื่อยๆ คนก็ปรบมือพร้อมขำกับความตลกไปด้วย เหอะๆ
แล้วหลังจากนั้นก็กลับไปที่นายบี้กันต่อ กลับมาบ้านคุณหญิงจนได้ ตอนแรกก็ไปคุยกับนวลก่อน ใช้ได้ๆ บรรยายได้สุดๆ พอรู้ว่าคุณหญิงป่วยหนักแถมยังเพ้อถึงนพพรประจำ รู้เลย เหอๆ (เพิ่งมาสำนึกรักบ้านเกิด เอ๊ย! คุณหญิงเรอะ) บี้เลยวิ่งแจ้นไม่สนมิวเลย (โดนทิ้งจนได้) ตัดฉากมาที่คุณหญิงที่นอนป่วยอยู่ ห่วงสวย แต่งตัวก่อน ยังอุตส่าห์ถามอีกว่า "ฉันสวยรึยัง" โอ้โห สุดยอด พอบี้เข้ามาก็มาทักก็ร้องเพลงต่อ คุณหญิงหยิบภาพมิตาเกะที่ตัวเองวาดเองมาให้ คุณหญิงไม่ค่อยมีแรงแล้วในตอนนั้น เสียงก็แห้งๆ ต่างคนต่างสงสาร สุดท้ายคุณหญิงก็ทรุดลงไปนอนต่อ แล้วใช้ให้คนใช้หยิงกระดาษกับปากกามาให้ (แง่ง!! ปลายเตียงบังอ่า มองไม่เห็น!!) พอเขียนเสร็จยื่นให้เสร็จ มือห้อยตกข้างเตียง แสดงว่าเสียแล้วล่ะ จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของใครบางคน เห็นหน้าไม่ชัด เหอๆ (ก็นายบี้ของเจ๊น่ะแหละ จะใครอีกเล่า --- นายยู่) แล้วเตียงก็เลื่อนไป คนชุดดำก็ออกมายืนหันหลังร้องเพลง
แล้วก็กลับมาที่ฉากแรก ย้อนไปนิดหน่อย บี้ในสภาพใส่เอี๊ยม (เหมือนเดิม) ก็หยิบกระดาษออกมาอ่านด้วยเสียงสั่นๆ ทำนองว่า เธอเขียนข้อความก่อนตายไว้ว่า...
"ฉันตายโดยปราศจากคนที่ฉันรัก แต่ฉันก็อิ่มใจว่าฉันมีคนที่ฉันรัก" (ประโยคเด่นของเรื่อง)
แล้วก็ร้องเพลงต่อนิดหน่อย พอจบท่อนสุดท้าย ทรุดเลย (ไม่ใช่ทรุดแบบคนป่วย แต่ทรุดแบบคนที่กำลังร้องไห้เหมือนที่เห็นกันในละครน่ะ) จากนั้นก็ตัวละครทุกคนออกมาหน้าเวทีพร้อมก้มหัวคำนับ ตบมือกันใหญ่ ตบกันจนเมื่อยมือกว่าการแสดงจะจบ บางทีมีโห่ร้องอย่างชื่นชมด้วยนะ ^0^
ในที่สุดการแสดงตั้งแต่ทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่มครึ่งก็จบลงอย่างเรียบร้อย แต่ว่าตอนออกจากประตูและรอคนจำนวนมากที่ออกจากฮอลล์ให้หมดๆ ไปก่อน เจอเรื่องระทึกเล็กน้อยคือ... อยู่ดีๆ เฮียบอยเดินผ่านข้าพเจ้าไป เต็มๆ เลย ปกติเจอคนดังอย่างมากแค่ดารา แต่นี่เล่นเจอถึงขั้นเสี่ย... O_O ตกใจนะเนี่ย (ปีนี้ขอบอกว่าเจอคนดังเยอะกว่าปีอื่น แถมเฉพาะจากค่าย exact-scenario ด้วย งานหนังสือตอนมีนาก็เจอกับวีทรีโอ (สามพี่น้องไวโอลินสังกัดเด็กเฮียบอย) มาคราวนี้เจอดาราปั้น exact-scenario อีกแล้ว ยังไม่วายเจอเฮียบอยอีก) ข้าพเจ้าไม่ลืมที่จะซื้อของที่ระลึกติดมือ ซึ่งคราวนี้คนมาซื้อเยอะกว่าก่อนเปิดการแสดงอีก แต่ข้าพเจ้าเอาเงินมาไม่พอเลยได้แต่กระป๋องสีไม้ (สีที่บ้านขาดมือ) แล้วจากนั้นก็นั่งรถของเพื่อนบ้านตรงข้ามกลับบ้าน ซึ่งกว่าจะถึงบ้านก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว แต่ถึงอย่างงั้น วันต่อมาก็ตื่นตีห้าไปโรงเรียนได้อีก แถมยังเอาเรื่องนี้ไปโม้ให้เพื่อนฟังด้วย
นี่แหละที่เรียก "ครั้งหนึ่งในชีวิต" เพื่อข้าพเจ้าแก่ตัวไป ข้างหลังภาพกลับมาสร้างใหม่ จะได้เอาไปโม้ให้ลูกหลานฟัง เหอๆ
ประกาศ! เฮียบอยใจดี & ใจปล้ำเพิ่มรอบอีก 8 รอบ (อะไรจะใจดีขนาดนั้นเฮียบอย แต่ทำงี้มีหวังนักแสดงได้กรอบพอดี) เพิ่มในวันที่ 17-26 ต.ค. โอกาสสุดท้ายท้ายสุดจริงๆ อย่าลืมไปดูละครเวทีกิ๊บเก๋ยูเรก้าเซเว่นเอฟตัวนี้ล่ะ ใครได้ไปดูมาแล้วก็อย่าลืมเล่าให้ข้าพเจ้าฟังนะว่าสุดยอดแค่ไหน
edit @ 16 Oct 2008 17:35:58 by KeRoCuRe
#1 By (125.25.134.229) on 2008-11-15 21:05